ถ้าการบ้านเข้ามาควบคุมชีวิตทั้งตอนกลางคืนและวันหยุด จนลูกเริ่มเข็ดขยาดที่จะไปโรงเรียนและรับการบ้านเพิ่มมาอีก คุณจะทำอย่างไร...
มีผลวิจัยและผลจากการสัมภาษณ์นักการศึกษา ผู้ปกครอง และเด็กๆ ในสหรัฐอเมริกา ที่จะตอบปัญหาเกี่ยวกับความกังวลใจเรื่องการบ้านของลูกเราได้
การบ้านที่มากเกินไปส่งผลกระทบต่อเด็กๆ อย่างไรบ้าง
เด็กๆ จะไม่ได้ชีวิตในแบบที่เหมาะกับวัย และการบ้านส่วนใหญ่ก็มักเป็นประเภท “ใช้เวลา แต่ไม่ค่อยให้อะไรมาก” การเรียนรู้จึงกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อมากกว่าประสบการณ์ที่ดีและสร้างสรรค์ การบ้านที่เยอะเกินไปยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย เพราะเด็กๆ มักไม่มีเวลากินข้าวเย็นแบบพร้อมหน้าพร้อมตา และปฏิสัมพันธ์เดียวที่มีกับพ่อแม่ก็ไม่พ้นการโต้เถียงกันเรื่องการบ้านนั่นแหละ
อะไรคือ “สัญญาณ” ที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีการบ้านมากเกินไป
เริ่มไม่อยากไปโรงเรียน หรือสติแตกทุกค่ำคืนเพราะการบ้าน นักวิชาการแนะนำว่า เด็กชั้น ป.1 ควรใช้เวลาทำการบ้านคืนละไม่เกิน 10 นาที เพราะเด็กจะเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนได้ดีกว่า ถ้าใช้เวลาที่มีทำการบ้านแค่ 5 ข้อ ไม่ใช่เร่งให้ครบทั้ง 50 ข้อในคืนเดียว
แล้วพ่อแม่จะช่วยลูกได้อย่างไร
อันดับแรกคือคุยกับคุณครู โดยตั้งสมมติฐานว่า ครูย่อมอยากให้ลูกศิษย์ได้ในสิ่งที่ดีที่สุด (เหมือนพ่อแม่) แต่เพราะคุณครูไม่รู้ว่าการบ้านคือสาเหตุของปัญหา
หากไม่ได้ผล ก็ลองคุยกับครูใหญ่ว่าคุณกังวลเรื่องอะไร คุณครูใหญ่อาจเห็นด้วย และยอมปรับเปลี่ยนนโยบายทันที หรืออาจต้องขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ปกครอง ทำเรื่องเสนอคณะกรรมการโรงเรียนรับไว้พิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย และภาวะที่ลูกต้องใช้เวลาในการเสริมพัฒนาการด้านอื่นๆ ไปกับการทำการบ้านเพียงอย่างเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร RealParenting ฉบับ มีนาคม 2550