| Q : | หลักเกณฑ์การให้กู้ยืม กยศ. | |
| A : | ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษาจะต้องติดต่อกับสถาบันการศึกษาที่ตนศึกษาอยู่ โดยจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย 2. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หมายความว่า มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาท/ปี(ยกเว้นผู้ขอกู้ยืมรายเก่า ตั้งแต่ปีการศึกษา 2541 ย้อนหลังไป จะต้องมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 300,000 บาท/ปี 3. เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดี ผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา 4. เป็นผู้มีความประพฤติดี 5. เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบประกาศสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียนสถานศึกษา หรือสถานศึกษาที่อยู่ใน สังกัดการควบคุมหรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงหรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ 6. ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน 7. ไม่เป็นผู้ที่ทำงานในระหว่างศึกษา 8. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 9. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก วันแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ |
|
|
|
||
| Q : | การโอนเงินค่าครองชีพ | |
| A : | การโอนเงินค่าครองชีพสำหรับผู้กู้ กยศ. ในปี 2551 ทั้งผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ ทางธนาคารกรุงไทยจะดำเนินการโอนหลังจากสถานศึกษาดำเนินการยืนยันข้อมูลลงทะเบียน กรณีสถานศึกษายืนยันข้อมูลลงทะเบียนก่อนวันเกิดของผู้กู้ เงินค่าครองชีพจะโอนให้ในวันเกิด แต่ถ้าสถานศึกษายืนยันข้อมูลลงทะเบียนหลังวันเกิดของผู้กู้ ทางธนาคารกรุงไทยจะโอนเงินให้หลังจากที่สถานศึกษายืนยันข้อมูลลงทะเบียนไม่เกิน 4 วัน ถึง 1 สัปดาห์
|
|
|
|
||
| Q : | ในการยื่นแบบคำขอกู้ในระบบต้องรอกี่วันจึงจะได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม | |
| A : | ขึ้นอยู่กับทางสถานศึกษา เนื่องจากสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาว่าผู้กู้จะมีสิทธิ์ที่จะได้กู้รับการกู้ยืมหรือไม่ ผู้กู้สามารถสอบถามทางสถานศึกษา หรือผู้กู้สามารถตรวจสอบในระบบได้โดยการ login ในส่วนของผู้มีรหัสผ่านแล้ว ผู้กู้จะพบข้อความ รอสถานศึกษาประกาศรายชื่อ
|
|
|
|
||
| Q : | สัญญาซ้ำซ้อน? | |
| A : | ผู้กู้ติดต่อสถานศึกษาเดิม เพื่อให้สถานศึกษาคืนส่วนของค่าเทอมและผู้กู้คืนส่วนของค่าใช้จ่ายรายเดือนแก่กองทุนที่สาขาของ ธนาคารได้ทุกสาขา ในระบบ Teller Payment แล้วส่งหลักฐานการคืนเงินทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายรายเดือน พร้อม ทะเบียนคุม (กยศ. 106) ของสถานศึกษาแห่งใหม่มา เพื่อธนาคารจะได้ดำเนินการปรับปรุงและจ่ายเงินให้ตามสัญญากู้ ฉบับใหม่ต่อไป
|
|
|
|
||
| Q : | หลักเกณฑ์การขอผ่อนผันการชำระหนี้ | |
| A : | ผู้กู้สามารถขอผ่อนผันการชำระหนี้จากกองทุนเพื่อการศึกษาได้ใน 3กรณีดังนี้
1. ไม่มีรายได้ จะต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้านหรือข้าราชการระดับ 5 ขึ้นไป พร้อมถ่ายสำเนาภาพบัตรประจำตัว ประจำตำแหน่งของผู้รับรอง ซึ่งการขอผ่อนผันยืดเวลาได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน แต่รวมแล้วไม่เกิน 2 ปี การขอผ่อนผันชำระหนี้ ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้แต่ละงวด หากผู้กู้ยืมยังไม่ชำระหนี้และพ้น วันที่ครบกำหนดชำระแล้ว (5 กรกฎาคมของทุกปี) ถือว่าผู้กู้ยืมค้างชำระ หนี้จะต้องเสียเบี้ยปรับและถูกติดตามหนี้ จนกว่าจะ ได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันชำระหนี้ได้ (การอนุมัติเป็นอำนาจ ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา)จึงจะระงับการติดตามและถือเป็น หนี้ปกติต่อไป |
|
| Q : | ผู้กู้ยังศึกษาอยู่ แต่ได้รับจดหมายทวงหนี้ต้องทำอย่างไร | |
| A : | ให้ผู้กู้ติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขาทั่วประเทศ และขอรับเอกสารการรักษาสภาพ และนำไปให้สถานศึกษารับรองและนำกลับมายื่นที่ธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา โดยที่นักศึกษาจะต้องยื่นเอกสารการรักษาสภาพ จนกว่าจะจบการศึกษา
|
|
|
|
||
| Q : | ได้รับจดหมายเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยต้องทำอย่างไร | |
| A : | 1. จดหมายที่ได้รับไปติดต่อ...สถานที่ (ในกำหนดการ) กดเพื่อดูรายละเอียด 2. เอกสารในการดำเนินการ กดเพื่อดูรายละเอียด หากผู้กู้ไม่ต้องการไปร่วมโครงการ |
|
|
|
||
| Q : | ได้รับหมายศาลต้องปฏิบัติอย่างไร | |
| A : |
ผู้กู้ยืมที่ได้รับหมายศาลต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีที่ไม่สามารถชำระหนี้ต้องปฏิบัติดังนี้ ขอบคุณที่มา http://www.studentloan.or.th/index.php |
|